วิธีชงชา ประเภทต่างๆ : How to make a cup of tea

วิธีทำ หัวเชื้อชานม Milk Black Tea ชาไทยแบบดั้งเดิม, ชาดำเย็น, ชามะนาว

           1. ต้มน้ำ 1.5 ลิตร จนเดือด ใส่ใบชาลงไป 100 กรัม ต้มต่อไปอีก 2-3 นาที ปิดไฟ แช่ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที
           2. กรองกากชาออกด้วยผ้าขาวบาง จะได้หัวเชื้อสำหรับทำชานม โดยหัวเชื้อสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 3 – 4 วัน (การเก็บหัวเชื้อไว้ในตู้เย็น ตะกอนชาอาจทำให้ชาขุ่นได้ แต่ไม่มีผลต่อคุณภาพของน้ำชา และรสชาติชา)
อัตราส่วนนมผสม นมข้นหวาน : นมข้นจืด
  • สูตรหวานพอดี 2 : 1
  • สูตรหวานน้อย 1 : 2
สามารถผสมไว้ในปริมาณมากและเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อสะดวกในการนำมาใช้

วิธีชง

… ชานมเย็น หรือ ชาไทย …

สำหรับแก้ว 12 –  16  –  22  ออนซ์
น้ำชา       100 – 120 – 150 ml.
นมผสม      30 –  45  –  60 ml.
คนผสมให้เข้ากัน ท็อปด้วยนมสด

… ชาดำเย็น / ชามะนาว …

สำหรับแก้ว 12 –  16 –   22  ออนซ์
น้ำชา       100 – 120 – 150 ml.
น้ำเชื่อม     15 –   30 –  45 ml.
น้ำเปล่า 1 ออนซ์
คนผสมให้เข้ากัน ( สำหรับชามะนาว ให้เพิ่มน้ำมะนาวลงไป )
ความหวาน มัน เพิ่ม ลด ได้ตามความชอบ
*1 ออนซ์ เท่ากับ 30 ml.*
……………………………………………………………………………

วิธีทำ หัวเชื้อชานมไต้หวัน ( Extra Dark Roast , Dark Roast Tie Guan yin Milk Tea )

           1. ต้มน้ำ 1.5 ลิตร จนเดือด ใส่ใบชาลงไป 100 กรัม ต้มต่อไปอีก 2-3 นาที ปิดไฟ แช่ทิ้งไว้ 5 – 10 นาที
           2. กรองกากชาออกด้วยผ้าขาวบาง จะได้หัวเชื้อสำหรับทำชานม โดยหัวเชื้อสามารถเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้ 3 – 4 วัน (การเก็บหัวเชื้อไว้ในตู้เย็น ตะกอนชาอาจทำให้ชาขุ่นได้ แต่ไม่มีผลต่อคุณภาพของน้ำชา และรสชาติชา)
 อัตราส่วนนมผสม นมข้นหวาน : นมข้นจืด
  • สูตรหวานพอดี 2 : 1
  • สูตรหวานน้อย 1 : 2
สามารถผสมไว้ในปริมาณมากและเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อสะดวกในการนำมาใช้

วิธีชง

สำหรับแก้ว 12 –  16  –  22  ออนซ์
น้ำชา       100 – 120 – 150 ml.
นมผสม      30 –  45  –  60 ml.
คนผสมให้เข้ากัน ท็อปด้วยนมสด

……………………………………………………………………………

วิธีชงชา ชาดำ (ชาแดง) โดยทั่วไป

สูตรชงร้อน

  1. นำใบชา 3 กรัมใส่กาน้ำชา
  2. ต้มน้ำจนเดือด เทลงใส่กาน้ำชาที่มีใบชาอยู่ 200 มล.
  3. รอ 3 นาที แล้วจึงรินออก

สูตรชงเย็น

  1. นำใบชา 3 กรัมใส่กาน้ำชา
  2. ต้มน้ำจนเดือด เทลงใส่กา 150 มล รอไว้ 3-5 นาที
  3. ใส่น้ำแข็งในแก้วจนเต็ม
  4. เทน้ำชาลงใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง รอให้น้ำแข็งละลาย จะได้ชาเย็น

สูตร Cold  Brew

  1. นำใบชา 5 กรัมใส่ขวดหรือแก้วที่ต้องการทำโคลด์บรูว์
  2. เติมน้ำเย็นลงไป 500 มล
  3. นำไปแช่ในตู้เย็น ขั้นต่ำ 6 ชั่วโมง สามารถแช่ต่อไปได้เรื่อยๆถึง 18 ชั่วโมง สามารถปรับปริมาณชาต่อน้ำ หรือระยะเวลาแช่ได้ตามใจชอบ

ทุกสูตร สามารถใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้งได้ตามใจชอบครับ

……………………………………………………………………………

วิธีชง เหยียนฉา

(เหล่าฉงสุ่ยเซียน, ต้าหงเผา, จินหมู่ตัน, ตันฉงฉีจ่ง, กั่วฮวาเซียงโร่วกุ้ย, สือปี้เหยียนตันฉง, โร่วกุ้ย ผาเสือคำราม )

: ใบชา 8 กรัม และปริมาณน้ำชงต่อครั้ง 120 มิลลิลิตร อุณหภูมิน้ำ 95 องศาเซลเวียสขึ้นไป การล้างใบชาให้เทน้ำร้อนลงไปแล้วรินออกทันที การดื่มเริ่มในน้ำถัดไป โดยมีระยะเวลาในการแช่ใบชาดังนี้
น้ำแรก แช่ใบชา 5 วินาที
น้ำที่สอง – สี่ แช่ใบชา 10 วินาที
น้ำที่ห้า – หก แช่ใบชา 30 วินาที
น้ำที่เจ็ด แช่ใบชา 1 นาที

……………………………………………………………………………

วิธีชง จินเชวียน ฉาหวาง

: ใบชา 7 กรัม และปริมาณน้ำชงต่อครั้ง 120-150 มิลลิลิตร อุณหภูมิน้ำ 95 องศาเซลเซียสขึ้นไป แช่ใบชาไว้นาน 1 นาที แล้วรินออก ไม่จำเป็นต้องล้างน้ำแรก น้ำต่อๆไปให้บวกเวลาชงเพิ่มไปอีกครั้งละ 10 วินาที

……………………………………………………………………………

วิธีชง ชาดำหงยู่ , หงยวิ่น

: ใบชา 3 กรัม แช่ในน้ำร้อนปริมาณ 150 มิลลิลิตร อุณหภูมิมากกว่า 95 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นระยะเวลา 1 นาที

……………………………………………………………………………

วิธีชง เถี่ยกวนอินสด, ตันฉงเถี่ยกวนอิน, สุ่ยเซียนเถี่ยกวนอิน, โฝวโส่วเถี่ยกวนอิน

: ใบชา 8 กรัม แช่ในน้ำร้อนปริมาณ 150 มิลลิลิตร อุณหภูมิมากกว่า 95 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นระยะเวลา 20 วินาที ชงน้ำต่อไปเพิ่มระยะเวลาการแช่ใบชาอีก 5-10 วินาที

……………………………………………………………………………

วิธีชง  ชาอู่หลงเปาจ่ง

นำใบชา 7 กรัม แช่ในน้ำร้อนปริมาณ 120 มิลลิลิตร อุณหภูมิมากกว่า 85 องศาเซลเซียสขึ้นไป เป็นระยะเวลา 30 วินาที สามารถชงได้เรื่อยๆจนกว่าจะหมดรสชาติ

……………………………………………………………………………

วิธีชง ชาดอกไม้

: ใบชา 3 กรัม และปริมาณน้ำชงต่อครั้ง 200 มิลลิลิตร อุณหภูมิน้ำ 90 องศาเซลเซียสขึ้นไป แช่ใบชาไว้นาน 3 นาที แล้วรินออก สามารถชงได้สองน้ำ

……………………………………………………………………………

วิธีชง เซนฉะ

  1. ใช้ใบชาราว 1 ช้อนชาพูน หรือประมาณ 3 กรัม ต่อน้ำ 150 มิลลิลิตร อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมอยู่ที่ 85 องศาเซลเซียส
  2. เทน้ำร้อนลงไปบนใบชา รอ 30 วินาทีแล้วรินน้ำออก สำหรับชาญี่ปุ่นแล้ว น้ำแรกนี้จะรสชาติดีที่สุด ให้รสหวานมากที่สุด เนื่องจากปริมาณกรดอะมิโนที่อยู่ในใบชาจะออกมามากที่สุดในน้ำแรกนั่นเอง
  3. ใบชาที่เหลือ สามารถชงชาต่อได้อีก 2 น้ำ รวมเป็นทั้งหมด 3 น้ำ โดยใช้ระยะเวลาแช่ใบชาเท่ากันคือ 30 วินาที

……………………………………………………………………………

วิธีชง มัทฉะ

ก่อนชงมัทฉะทุกครั้ง…ควร

  1. เทน้ำร้อนลงในถ้วยชา
  2. นำ “ฉะเซ็น” มาตีน้ำร้อนเบาๆ
  3. เทน้ำร้อนทิ้ง แล้วเช็ดภายในถ้วยให้แห้งด้วยผ้าสะอาด

…หลังจากนั้น จึงค่อยตักมัทฉะใส่ลงไปในถ้วย ตามด้วยน้ำร้อน และตีให้เข้ากันด้วยฉะเซ็น

***ถ้าเป็นการชงชาแบบ Japanese Tea Ceremony จริงๆ ในแต่ละขั้นตอนจะมีท่วงท่าการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยวิธีการข้างต้นนี้จะช่วยอุ่นถ้วยชาและฉะเซ็น อีกทั้งยังเป็นการช่วยชำระล้างผงฝุ่นและสิ่งสกปรกที่อาจจะติดมาออกไปด้วยครับ เพราะคนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่คำนึงถึงเรื่องความสะอาดมาก

 

สูตรทำมัทฉะลาเต้ด้วยตัวเอง

(How to make your own Matcha Latte at home)

วัตถุดิบ

  1. นมสด 150 มิลลิลิตร
  2. ผงมัทฉะ 2 กรัม
  3. น้ำร้อน 50 มิลลิลิตร
  4. น้ำตาลทรายหรือน้ำผึ้ง 2 ช้อนชา (ปริมาณแล้วแต่ความชอบ)

วิธีทำ

  1. ผสมผงมัทฉะเข้ากับน้ำร้อน คนด้วยช้อนให้ผงมัทฉะละลาย ระวังอย่าให้จับตัวกันเป็นก้อน ถ้ามีฉะเซ็น(แปรงตีชา) ใช้ฉะเซ็นตีเลยจะทำให้ผงมัทฉะละลายได้เร็วยิ่งขึ้นครับ
  2. ผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำตาลทรายเข้ากับนมสด ถ้าต้องการมัทฉะลาเต้แบบร้อนก็น้ำไปอุ่นด้วยไมโครเวฟก่อน
  3. เทมัทฉะที่ละลายแล้วลงไปในนม คนให้เข้ากัน

เคล็ดลับ

***ผงมัทฉะถ้านำไปร่อนด้วยตะแกรงก่อนจะละลายได้ง่ายยิ่งขึ้น

***สามารถทำแบบเย็นใส่ตู้เย็นไว้ทานได้วันต่อวันครับ แต่ก่อนดื่มต้องเขย่าก่อน เพราะผงมัทฉะจะตกตะตอนไปอยู่ที่ก้นขวด

 

วิธีชงชา ” มัทฉะ ” แบบดั้งเดิม มี 2 แบบ คือ…

” มัทฉะแบบอ่อน ” (薄茶: Usu-cha)

จะชงโดยใช้มัทฉะ 2 กรัม ต่อน้ำ 60 มิลลิลิตร สำหรับเสิร์ฟ 1 คน โดยดื่ม 1 คนต่อ 1 ถ้วย ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกการชงมัทฉะแบบนี้ว่าการ “ตี” (点てる) เพราะต้องใช้ฉะเซ็นตีชาให้ขึ้นฟอง

” มัทฉะแบบเข้ม ” (濃茶: Koi-cha)

จะใช้มัทฉะประมาณ 4 กรัม ต่อน้ำ 30 มิลลิลิตร สำหรับเสิร์ฟ 1 คน โดยปกติจะชงสำหรับให้คน 3-5 คนดื่มจากถ้วยใบเดียวกัน ส่งต่อไปเป็นทอดๆ โดยต้องใช้ผ้าขาวบางสะอาดที่เตรียมไว้เช็ดทำความสะอาดจุดที่ตัวเองดื่มก่อนส่งให้คนต่อไป การชงมัทฉะแบบนี้เรียกว่าการ “นวด” (練る) เพราะต้องใช้ฉะเซ็นค่อยๆนวดเนื้อชาให้เข้ากับน้ำ ซึ่งจะมีความเหนียวพอสมควร เนื่องจากเนื้อชาเข้มข้นมาก

抹茶 Matcha

เคล็ดลับในการตีมัทฉะอยู่ที่การขยับข้อมือขึ้นลงอย่างรวดเร็ว

หลักของการทำ Cold Brew

1. Cold brew โคลด์บรูว์ คือการสกัดเย็น ปกติเราใช้นำร้อนชงชากันใช่มั้ยครับ? แต่ cold brew จะใช้น้ำเย็น คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำที่อุณหภูมิห้อง คือราว 20+ องศา หรือจะใช้น้ำเย็น 5-15 องศาก็ได้

.
2. วิทยาศาสตร์ของการสกัดเย็นคือ ปกติแล้ว ถ้าเราใช้น้ำร้อนชงชา คาเตชินและคาเฟอีนในใบชาจะออกมากับน้ำร้อน เพราะสารสองตัวนี้ละลายที่อุณหภูมิสูง ราว 80-90 องศาขึ้นไป สารสองตัวนี้จะให้รสขม ในขณะที่รสอุมามิ ซึ่งเกิดจากกรดอะมิโน จะละลายที่อุณหภูมิตั้งแต่ 60 องศาขึ้นไป ดังนั้น พวกชาเขียวที่อุดมไปด้วยรสอุมามิแบบสุดโต่ง อย่างเกียวขุโระ จึงต้องชงด้วยน้ำอุณหภูมิต่ำ 40-60 องศา เพราะจุดประสงค์ของการดื่มชาประเภทนี้คือการดื่มด่ำไปกับรสอุมามินั่นเอง
.
3. การแช่ใบชาในน้ำเย็น จึงเป็นการเล่นกับอุณหภูมิ โดยต้องการดึงรสอุมามิออกมาให้ได้มากๆ และได้รสขมออกมาน้อยๆ
.
4. แต่การแช่ชาไว้ระยะเวลานาน ก็สามารถทำให้รสชาติขมออกมาได้เช่นกัน เพราะนอกจากอุณหภูมิแล้ว ระยะเวลาในการแช่ใบชาก็มีผลต่อการสกัดตัวออกมาของสารสำคัญต่างๆในใบชาเช่นกัน
.
*****************************

ปกติแล้ว ถ้าจะทำชา cold brew ให้อร่อย มีขั้นตอนวิธีทำดังนี้ครับ

.
1. ใช้ใบชา 4 กรัม ต่อน้ำ 200-250 มล
.
2. นำใบชาใส่ถุงชาใช้แล้วทิ้ง สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของญี่ปุ่น 60 บาท (มี 100 ถุง)
.
3. นำถุงชาที่ใส่ใบชาแล้วแช่ลงไปในน้ำ ปิดฝาให้แน่น
.
4. นำชาแช่ในตู้เย็น เป็นระยะเวลา 6-12 ชั่วโมง
.
5. พอครบกำหนด ให้ดึงถุงชาออก ชาที่เย็นแบบนี้ สามารถเก็บได้ในตู้เย็นราว 3-4 วัน จากที่ทดลองมา เก็บไว้ 4 วันรสชาติก็ไม่เปลี่ยน ไม่มีความขมเพิ่มครับ
*****************************

แต่สำหรับคนที่จะทำขาย แนะนำให้ชงวันต่อวันนะครับ เพราะถึงจะใช้น้ำต้มที่ฆ่าเชื้อแล้วในการสกัดเย็น แต่เชื้อจุลินทรีย์มีอยู่ในทุกๆที่ และจะเจริญเติบโตในที่ที่มีอาหาร ดังนั้นถึงน้ำจะสะอาดแค่ไหน แต่เชื้อจะเจริญเติบโตแน่นอน ถ้าทำดื่มเอง จะแช่ทิ้งไว้นานเท่าไรก็ไม่มีปัญหา ตราบใดเท่าที่ชายังสดและไม่แปรสภาพ แต่ถ้าจะทำขาย แนะนำให้ชงวันต่อวัน จะดีที่สุดครับ

*****************************
เพิ่มเติมเคล็ดลับต่างๆ จากที่ทดลองมานะครับ
.
1. ชาที่ให้รสดีที่สุด คือชาดำ (ชาแดง) ที่ผ่านการหมักแล้วอย่างสมบูรณ์ ชาประเภทนี้พอชงเย็นแล้วรสจะนุ่มมากๆๆ
.
2. อู่หลงจะให้รสที่พอดีระหว่างอุมามิกับฝาดขม
หากรสฝาดไป ก่อนนำมาดื่มสามารถเติมน้ำเย็นลงไปเพื่อเจือจางได้ครับ (Blue Pagoda กับ เถี่ยกวนอิน ทำออกมาแล้วหอมมากครับ)
.
3. ชาเขียว จะขมได้ง่ายมาก วิธีเดียวที่จะแก้ได้คือ ลดปริมาณชาลง เหลือใบชา 3 กรัม ต่อน้ำ 500 มล. และลดระยะเวลาในการแช่ใบชาลง เป็น 3-6 ชั่วโมง
.
ใบชาที่ผ่านการ cold brew แล้ว อาจจะนำมาชงร้อนซ้ำได้อีกสักครั้ง แต่รสชาติจะเหลือน้อยแล้ว ดังนั้นทิ้งไปก็ได้ครับ
*****************************

.

 

.

 

.

……………………………………………………………………………

สรรค์สร้างสุนทรีย์

ด้วยสัมผัสในรสชาติอย่างเข้าใจ(คลิกบทความด้านล่าง)

ชาที่ดีต้องมีสามอย่าง

มิติของรสชาติ   

บอดี้ของชา 

บทความอื่นๆ 

 

Kyobashi Chiang Rai
.
Line Official ID: @kyobashi.tea
.
สั่งซื้อและสอบถามได้ที่นี่
LINE
Scroll to Top