จินจวิ้นเหมยไทย Jin Jun Mei Chiang Mai Single Origin

Jin Jun Mei Chiang Mai Single Origin
จินจวิ้นเหมยไทย วัตถุดิบยอดชาจากภูเขาสูง 2,000 เมตรที่จังหวัดเชียงใหม่ รอบนี้ชามีรสและกลิ่นออกในโทนของส้ม และดอกเนโรลิ (ดอกส้ม) พอบวกกับสารธีอาฟลาวิน (Theaflavins) และธีอารูบิจิน (Thearubigins) ที่เกิดจากกระบวนการหมักของชาแดง จึงให้รสโดยรวมคล้ายกับช็อกโกแลตส้ม (สารธีอาฟลาวินและธีอารูบิจิน พอนำใบชาไปให้ความร้อนที่ถึงจุด Optimal อย่างเพียงพอ ชาจะให้รสให้โทนของช็อคโกแลต/โกโก้ออกมา) ชาชงทนน้ำ มีอาฟเตอร์เทสต์หวาน นอกจากส้มแล้วยังมีโน้ตของผลไม้สุก ดอกเนโลริ น้ำผึ้ง และโกโก้ครับ
.Jin Jun Mei Chiang Mai ใบชาแห้ง
ผลิตได้ไม่มาก ล็อตนี้เป็นผลผลิตชายอดแรกของปี 2026 ครับ เป็นล็อตเดียวที่ตั้งแต่ทำชามา ทำออกมาได้โน้ตของส้ม ชาแห้ง 1 กิโลกรัม จะใช้ยอดชาทั้งหมด 40,000 ยอด เป็นชาที่ต้นทุนสูง ต้องใช้มือคนเด็ดเท่านั้น ไม่สามารถใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยวได้เลย ประเทศเราตอนนี้เด็กเกิดน้อย แรงงานที่มีอยู่ก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าชาแบบนี้จะทำได้ถึงเมื่อไร เพราะถึงทำชาเป็นแต่ถ้าไม่มีวัตถุดิบก็ไม่สามารถทำชาออกมาได้ครับ
. ชาจินจวิ้นเหมยไทยล็อต 2026
ล็อตนี้ผมหมักแรงขึ้นครับ ล็อตก่อนที่ทำไปช่วงวันคริสต์มาส หมักไป 88% รสชาติจะเบาๆออกไปในโทนดอกไม้ แต่ล็อตนี้ผมหมักไป 96% รสชาติเข้มข้นครับ ส่วนตัวคิดว่าชาแรงระดับหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชี่ หรือเป็นเพราะคาเฟอีน แต่ส่วนตัวดื่มแล้วคิดว่าความรู้สึกคล้ายเวลาดื่มชาจีนตัวที่ชี่แรงๆครับ ส่วนตัวคิดว่าวัตถุดิบดีมากในระดับหนึ่งเลย เพราะต้นชาอยู่สูงมาก แปลงนี้ต้นชาปลูกตั้งแต่ความสูง 1,600-2,000 เมตร อยู่ในเมฆหมอก อยู่กลางป่า รอบนี้ระหว่างที่ Processing มีความ Amazing คือใบชาสดหอมกลิ่นดอก Neroli รุนแรงมากครับ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวตั้งแต่จับใบชาที่ไทยมาแล้วเจอกลิ่นนี้ในระหว่างการผลิต ถ้าเป็นไต้หวันมีพันธุ์เดียวที่ได้กลิ่นแบบนี้คือโฝวโส่ว 佛手 ส่วนตัวกำลังหาสาเหตุอยู่ครับว่าทำไมชารอบนี้ถึงหอมกลิ่นดอก Neroli ซึ่งวันแรกๆที่อบใบชา กลิ่นก็ยังเป็นกลิ่นชาแดงแบบปกตินะครับ แต่พอทิ้งไว้หลายๆวัน พอกลิ่นอบไฟเริ่มจางหาย กลิ่นของส้มและดอกเนโรลิเริ่มหวนกลับมาแทน นี่เป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ถูกใช้เวลาผลิตชาครับ การอบชาต้องอบให้แห้งพอ แต่ไม่ควรแห้งจนถึงระดับที่กลิ่นของชาหาย ซึ่งกลิ่นที่แสดงศักยภาพของชาในรอบนี้ก็คือกลิ่นส้ม และกลิ่นดอกส้ม
.
ท่านใดไม่เคยลองชาที่ผลิตในไทยแล้วมีกลิ่นกับรสออกมาคล้ายส้ม แนะนำว่าต้องลองครับ เพราะรอบหน้า จะผลิตได้ราวเดือนเมษายน แต่ส่วนตัวก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถดึงกลิ่นส้มแบบนี้ออกมาได้อีกหรือไม่ เพราะรอบก่อนที่ทำก็ไม่มีกลิ่นนี้ออกมาครับ สีใบชาเป็นสีแบบในรูปนี้ครับ รอบนี้จะสีทองเปล่งปลั่งเข้ากับยุคทองแพงพอดีครับ
ใบชาจินจวิ้นเหมยเชียงใหม่สีทองน้ำชาจินจวิ้นเหมยสีทองเทสโน้ต: Mandarin orange, neroli flower, ripe tropical fruits, honey, sweet orange, cocoa
.
.
วิธีชง:
อัตราส่วนใบชาต่อน้ำ 1:30
อุณหภูมิน้ำ 92-100 องศาเซลเซียส (น้ำล้างกับน้ำแรกใช้น้ำเดือดชงเพื่อเปิดใบ น้ำต่อๆไปจะใช้น้ำเดือดหรือใช้น้ำ 92 องศาชงก็ได้ทั้งหมด)
ระยะเวลาแช่ใบชา 12 วินาที
ชงได้ราว 9-10 น้ำ รสชาติของส้มจะออกมาชัดเจนขึ้นในน้ำหลังๆ
.
.
เกี่ยวกับชา Single Origin จากเชียงใหม่
จินจวิ้นเหมย Jin Jun Mei Chiang Mai (จินจวิ้นเหมยไทย) เป็นชาแดงพรีเมียมที่ผลิตจากยอดชาอ่อนหนึ่งใบและตา (Single bud with one leaf) จากแปลงชาบนภูเขาสูงในจังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย กระบวนการผลิตชาแดงแบบจีน (Red Tea / Black Tea) ที่ใช้ในการผลิต Jin Jun Mei นั้นต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญสูง ทั้งในขั้นตอนการนวด การหมัก และการอบแห้ง
ชาแดงประเภท Jin Jun Mei มีต้นกำเนิดจากเมือง Wuyishan มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะชาแดงคุณภาพสูง รสนุ่ม ไม่ฝาด มีความหอมละเอียดอ่อน การนำเทคนิคการผลิตนี้มาใช้กับวัตถุดิบชาไทยจากเชียงใหม่ จึงเกิดเป็นชาแดงจินจวิ้นเหมยไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานความเป็นชาไทยและศิลปะการผลิตชาจีนเข้าด้วยกัน
ชานี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบชาแดงที่มีกลิ่นดอกไม้และผลไม้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสัมผัสรสชาติชาไทยแบบ Single Origin จากแหล่งผลิตที่มีความสูงระดับ 1,600-2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งส่งผลให้ชามีรสชาติที่เข้มข้น ซับซ้อน และมีอาฟเตอร์เทสต์ที่ยาวนาน
คุณสมบัติพิเศษของชาจินจวิ้นเหมยไทย
ชาจินจวิ้นเหมยล็อตนี้มีคุณสมบัติพิเศษหลายประการที่ทำให้แตกต่างจากชาแดงทั่วไป ประกอบด้วย:
1. แหล่งกำเนิดพิเศษ: ต้นชาปลูกในพื้นที่ความสูง 1,600-2,000 เมตร ซึ่งอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกในป่า ทำให้ใบชามีความหนาแน่นของสารอาหารและสารให้กลิ่นสูง อุณหภูมิที่เย็นกว่าพื้นที่ราบทำให้ชาเติบโตช้า มีรสชาติและกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่า
2. กระบวนการผลิตด้วยมือ: ชาชนิดนี้ต้องใช้ยอดชา 40,000 ยอดต่อชาแห้ง 1 กิโลกรัม ต้องเก็บเกี่ยวด้วยมือทั้งหมด ไม่สามารถใช้เครื่องจักรได้ เพราะต้องการความละเอียดอ่อนในการเด็ดยอดชา
3. การหมักระดับ 96%: ล็อตนี้หมักในระดับ 96% ซึ่งสูงกว่าล็อตก่อนหน้า (88%) ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นและมีความลึกมากขึ้น มีโน้ตของช็อกโกแลตและโกโก้ที่ชัดเจนกว่า
4. กลิ่นดอกเนโรลิ (Neroli): ระหว่างกระบวนการผลิต ใบชาสดมีกลิ่นดอก Neroli อย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่พบได้น้อยมากในชาไทย กลิ่นนี้จะกลับมาชัดเจนขึ้นหลังจากกลิ่นอบไฟจางลง
ราคาและความหายาก
ชาจินจวิ้นเหมยล็อตนี้ผลิตได้ในปริมาณจำกัดมาก เนื่องจากเป็นผลผลิตชายอดแรกของปี 2026 และกระบวนการผลิตต้องใช้แรงงานฝีมือทั้งหมด ต้นทุนการผลิตจึงสูงมาก ผู้ที่สนใจควรรีบสั่งซื้อ เพราะชาล็อตนี้มีจำนวนจำกัด และไม่แน่ใจว่ารอบถัดไปจะสามารถผลิตชาที่มีกลิ่นส้มแบบนี้ได้อีกหรือไม่
การที่ได้ดื่มชาชนิดนี้จาก Kyobashi Tea ถือเป็นโอกาสพิเศษในการสัมผัสรสชาติชาไทยระดับ Specialty ที่ผลิตด้วยมาตรฐานชาจีนระดับสูง ชาแต่ละล็อตจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสภาพอากาศ ทำให้ประสบการณ์การดื่มชาแต่ละครั้งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำซ้ำได้
สั่งซื้อชาจินจวิ้นเหมยไทยได้ที่ Kyobashi Tea ซึ่งเป็นร้านชาเฉพาะทางที่มุ่งเน้นการนำเสนอชาคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ทุกล็อตผ่านการคัดสรรและควบคุมคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญด้านชาโดยตรง เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การดื่มชาที่ดีที่สุด
หากคุณกำลังมองหาชาแดงไทยคุณภาพสูงที่มีรสชาติแปลกใหม่และน่าประทับใจ ชาจินจวิ้นเหมยไทยจาก Kyobashi Tea ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด ด้วยกลิ่นส้ม ดอกเนโรลิ และรสช็อกโกแลตที่เป็นเอกลักษณ์ ชานี้จะพาคุณไปสัมผัสกับมิติใหม่ของชาไทย Single Origin ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
Tags: ชาแดงไทย, Jin Jun Mei, Chiang Mai Tea, Single Origin Tea, ชาเชียงใหม่, ชา specialty, กลิ่นส้ม, Neroli, ชา 2026, จินจวิ้นเหมย, ชาพรีเมียม, ชาหมัก 96%, กระบวนการผลิตชา, ยอดชาเชียงใหม่
สั่งซื้อและสอบถามได้ที่นี่
LINE
Scroll to Top